วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน ! ผมร่วงเยอะมากทำไงดี ??

0
497

ผมร่วง ผมบาง
ปัญหาผมร่วงผมบางคงเป็นปัญหาใหญ่ ๆ ของใครหลาย ๆ คน ซึ่งผลที่เกิดแม้จะไม่กระทบต่อร่างกายโดยตรง แต่กลับมีผลกระทบอย่างแรงต่อสภาพจิตใจ บุคลิกภาพ รวมถึงการเข้าสังคม ทำให้ขาดความมั่นใจเวลาแต่งทรงผม แต่งทรงอะไรก็ไม่เข้าท่าสักอย่าง ผมร่วงเป็นกระจุกทุกครั้งเมื่อสระผม ฯลฯ ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงได้ บางทีการเริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำร้ายผมของเรา ก็สามารถช่วยหยุดปัญหาผมหลุดร่วงให้ลดน้อยลงได้ ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อเส้นผมก็อาจทำให้ในอนาคตข้างหน้าคุณกลายเป็นคนผมบางได้ หรือถ้าหนักมากเข้าก็อาจจะหัวล้านไปเลยก็ได้

โดยรวมแล้วเส้นผมทั้งศีรษะจะมีอยู่ประมาณ 1 แสนเส้น ซึ่งเส้นผมจะร่วงเป็นปกติวันละ 50-100 เส้น ตามธรรมชาติรากผมจะมีอายุได้ประมาณ 3 ปี โดยจะผลิตเคราตินเพื่อทับเส้นเก่าให้ยาวขึ้นเดือนละ 1 เซนติเมตร และมีบางส่วนทยอยหยุดการเติบโตพร้อมกับเกิดเส้นใหม่งอกขึ้นมา ดันรากเดิมจนร่วงออกไปเองภายในระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งจะเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

แล้วแบบไหนที่เรียกว่าผมร่วง? ก็อย่างเช่น เส้นผมของคุณร่วงมากกว่าวันละ 100 เส้น ในวันที่ไม่ได้สระผม และหลุดร่วงมากกว่าวันละ 200 เส้น ในวันที่สระผม ผมที่ร่วงแล้วไม่งอกขึ้นมาใหม่ หรืองอกขึ้นมาแต่เส้นเล็กลงกว่าเดิม และผมจะร่วงเฉพาะบริเวณ เช่น ร่วงกลางศีรษะ, ร่วงเป็นรูปตัวเอ็ม (m) บริเวณหน้าผาก, ร่วงเป็นหย่อม ๆ รูปตัวโอ (o) เป็นต้น ซึ่งผู้ชายและผู้หญิงจะมีลักษณะของโรคผมบางที่ต่างกัน ในผู้ชายจะมีลักษณะหัวเถิกหรือผมบางกลางกระหม่อม แต่ของผู้หญิงไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่จะมีเพียงผมบางกลางศีรษะ ไม่ค่อยพบเห็นในลักษณะหัวเถิกเหมือนผู้ชาย

สาเหตุของผมร่วง
สาเหตุผมร่วงในผู้หญิงนั้นมีมากมาย การวินิจฉัยแยกโรคเพื่อหาสาเหตุจึงจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติและตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจ ทำการตรวจอัลตราซาวนด์ หรือตัดชิ้นเนื้อเล็ก ๆ จากบริเวณที่ผมร่วง แล้วส่งไปตรวจหาสาเหตุ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้รู้ต้นตอของปัญหาและจะได้หาทางรักษาที่ถูกต้องต่อไป โดยสาเหตุของผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้าน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ แบบไม่มีแผลเป็น (Nonscarring Alopecia) กับแบบมีแผลเป็น (scarring Alopecia) ซึ่งแบบไม่มีแผลเป็นจะพบได้บ่อยมากที่สุด และจะมาจาก 2 สาเหตุหลัก ๆ ด้วยกัน คือ

กรรมพันธุ์ พบได้มากที่สุดประมาณ 90% ของผู้หญิงศีรษะล้านผมบาง อาการแสดงที่พบได้บ่อย คือ ผมบางหรือศีรษะล้าน ซึ่งมักจะพบบริเวณกลางศีรษะ ส่วนแนวผมด้านหน้าจะไม่ถอยร่นเข้าไปเหมือนในผู้ชาย ซึ่งสามารถแบ่งความรุนแรงออกได้เป็น 3 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 เริ่มมีผมบางแต่ไม่มากนัก จะเห็นได้ชัดตามรอยแสกผม เส้นผมจะเริ่มบางและเส้นเล็กลง สามารถรักษาด้วยการใช้ยาดูก่อน ไม่มีความจำเป็นถึงต้องปลูกผม
ระดับที่ 2 ผมบางมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มเห็นหนังศีรษะ กลางศีรษะล้าน เริ่มขยายมากขึ้นกว่าเดิม สามารถรักษาด้วยวิธีการปลูกผม แล้วควรใช้ยาเพื่อชะลอหรือป้องกันไม่ให้ผมเดิมหลุดร่วงมากขึ้น มิฉะนั้นผมเดิมจะบางลงอีก จนอาจต้องกลับมาปลูกผมซ้ำอีก
ระดับที่ 3 ผมจะบางมาก จนเห็นหนังศีรษะได้อย่างชัดเจน พื้นที่ของศีรษะล้านจะขยายอาณาบริเวณออกไปด้านข้างโดยรอบ สามารถรักษาด้วยการใช้ยาร่วมกับการปลูกผม แต่ผลที่ได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากมีการสูญเสียเส้นผมไปเป็นจำนวนมากแล้ว ส่วนการใส่วิกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ผมร่วง
สาเหตุอื่น ๆ ซึ่งจะพบได้ประมาณ 10% มีมากมายหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบได้บ่อย ๆ คือ โรคผมร่วงชนิดเป็นหย่อม (Alopecia Areata), โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ, โรคผิวหนังบางชนิด (เช่น โรคเรื้อน, เชื้อราบนหนังศีรษะ, สะเก็ดเงิน), โรคโลหิตจาง, โรคไตเรื้อรัง, โรคซิฟิลิส, โรคไฮโปไทรอยด์, โรค SLE, โรค PCOS, โรคจิตที่ชอบถอนผมตัวเอง (Trichotillomania), ภาวะต่าง ๆ (เช่น ภาวะหลังการคลอดบุตร, ภาวะหลังหมดประจำเดือน, ภาวะหลังการผ่าตัด, ภาวะหลังการลดน้ำหนักมาก ๆ), เนื้องอกของรังไข่ที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย, ยาบางชนิด (เช่น ยาคุมกำเนิดบางชนิด, ยาลดความดัน, ยาลดไขมันในเลือด, ยาเคมีบำบัด, ยากันชัก, ยารักษาภาวะซึมเศร้า, ยาเบต้าบล็อก, ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด), ความเครียด, สุขภาพอ่อนแอ, การรวบผมที่แน่นมากจนเกินไปอยู่ตลอดเวลา (traction alopecia) ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ฯลฯ

วิธีป้องกันผมร่วง
ดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ทั่วร่างกาย หลีกเลี่ยงความเครียด นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สบาย ไม่ปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความเครียดก็จะสามารถช่วยลดปัญหาได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลเป็นปกติอีกด้วย
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และถูกสุขลักษณะ (เพิ่มวิตามินหรือเกลือแร่เสริมในกรณีที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่) เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดอาหารที่ใส่ผงชูรส งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่

เลิกไดเอตแบบผิดวิธี โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมมาก ในแต่ละวันเราควรได้รับโปรตีนประมาณ 46 กรัม หรือประมาณ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ถ้าคุณกำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีการไดเอตแบบผิด ๆ ด้วยการอดอาหารบ่อย ๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเส้นผมถึงเปราะบางและหลุดร่วงง่ายขนาดนี้
สระผมอย่างถูกวิธี คุณไม่ควรสระผมเกินวันละ 1 ครั้ง ก่อนการสระผมด้วยแชมพู ควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าก่อนเป็นเวลา 15 วินาที ก่อนที่จะลงแชมพูทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเรือนผมออกไปก่อน แล้วจึงใช้แชมพูสระผมทำความสะอาดอย่างล้ำลึกต่อไป และในขณะสระผมก็ไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรง ๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ แต่ให้เปลี่ยนมาสระผมโดยใช้วิธีนวดหนังศีรษะแทน โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบา ๆ ในขณะสระผม ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย

เลิกสระผมด้วยน้ำอุ่น หลายคนอาจจะรู้สึกฟินเวลาที่สระผมด้วยน้ำอุ่น แถมยังคิดไปว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นจะช่วยชะล้างความสกปรกที่เกาะติดเส้นผมได้มากกว่าน้ำอุณหภูมิปกติ แต่ความจริงแล้วน้ำอุ่นนี่แหละที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงในการทำร้ายเส้นผมของเรา ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะแห้ง จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอและหลุดร่วงจากหนังศีรษะได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วหันมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการสระผม ก็จะช่วยลดปัญหาผมร่วงที่เกิดขึ้นได้

เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม เลือกใช้แชมพูอ่อน ๆ ที่มีส่วนประกอบแบบ organic และไม่เป็นด่างมากเกินไป แชมพูและครีมนวดให้เลือกที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเอง และเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม

อย่าทำรุนแรงกับผมในขณะผมเปียกชื้น ลำพังแค่การหวีผมแรง ๆ ก็เป็นตัวทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณยังทำรุนแรงกับเส้นผมขณะที่ยังเปียกอยู่ด้วยแล้ว ก็คงยากที่เส้นผมจะแข็งแรง เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นการหวีผมหรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ การผูกผมในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผมและโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายไปได้

หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน การไดร์ผมหรือหนีบผมด้วยความร้อนเป็นประจำ จะเป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรงมาก ๆ เพราะความร้อนจากการจัดแต่งทรงผมจะไปทำลายเคลือบผมและโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ส่งผลให้ผมแห้งเสีย แตกปลาย เปราะบางและหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้พัดลมเป่าผมแทน หรือเลือกปรับโหมดไดร์เป่าผมให้เป็นแบบลมเย็นธรรมดา หรือถ้าจำเป็นต้องไดร์ร้อนก็ให้ถือไดร์ให้ห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต หรือเคลือบเส้นผมด้วยเซรั่มป้องกันความร้อนก่อนการจัดแต่งทรงผม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมของคุณหลุดร่วงได้

ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผิดประเภท ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมส่วนมากจะมีเนื้อหนาและหนักเพื่อช่วยล็อกทรงผมให้อยู่ทรงได้ตลอดทั้งวัน และมักมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่มาก ซึ่งเจ้าแอลกอฮอล์นี่แหละที่เป็นตัวการทำให้ผมแห้งเสียแตกปลายได้ ดังนั้นการหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่มีเนื้อบางเบา หรือแบบสเปรย์ที่ไม่ได้เกาะติดอยู่บนผมจนทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะ ก็จะช่วยลดปัญหาผมแห้งเสียซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้
หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ใช้กับผม เช่น การย้อมสีผม การยืดผม เป็นต้น

ควรทำความสะอาดหวีหรือแปรงอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ตกค้างอยู่ตามซอกหวีหรือแปรง อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคที่กลับเข้าสู่หนังศีรษะและเส้นผมของเรา ทำให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นเชื้อราที่นำไปสู่ปัญหาผมร่วงที่ไม่พึงปรารถนา

ไม่มัดผมแน่นเกินไป การมัดผม รวบผม หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไปก็อาจเป็นการทำร้ายเส้นผมของคุณได้ เพราะนอกจากจะทำให้โครงสร้างของเส้นผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปแล้ว ยังอาจไปทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย ดังนั้นอย่าพยายามมัดผมหรือถักเปียบ่อย ๆ ควรปล่อยผมให้ทิ้งตัวสบาย ๆ บ้าง หรือเลือกทรงผมที่ไม่ดึงรั้งผมมากจนเกินไป หลีกเลี่ยงการสวมหมวก ก็จะเป็นการช่วยทำให้เส้นผมของคุณมีสุขภาพดีขึ้นมาได้บ้าง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาผมเปราะบางหลุดร่วงได้อีกทางหนึ่งด้วย

ไม่เข้านอนและมัดผมในขณะผมยังเปียกชื้นอยู่ เนื่องจากเชื้อราที่เกิดจากความเปียกชื้นจะก่อตัวจับกลุ่มกันที่บริเวณหนังศีรษะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ความชื้นจะแพร่กระจายไปยังหมอนและกลายเป็นเชื้อราที่มารังควานศีรษะเรา ทำให้หนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ เกิดอาการคัน และเป็นรังแค ทำให้รากผมไม่แข็งแรง สุดท้ายผมก็จะเปราะบางและหลุดร่วงไปในที่สุด

ไม่ใช้แชมพูแห้งบ่อย ๆ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบใช้แชมพูแห้งบ่อย ๆ เพราะต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาสระผมและเป่าแห้ง ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงได้เช่นกัน เนื่องจากการใช้แชมพูแห้งสระผมจะทำให้มีสารตกค้างอยู่บนเส้นผม ทำให้เกิดการอุดตันหนังศีรษะและเส้นผม จนผมไม่สามารถรับสารบำรุงใด ๆ ได้ ก่อให้เกิดอาการเปราะบาง และผมก็หลุดร่วงได้ง่าย ๆ ดังนั้นหากคุณไม่เร่งรีบมากจนเกินไปก็ควรจะเลือกทำความสะอาดเส้นผมด้วยการสระผมจะดีกว่า

ไม่ตากแดดนาน ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง เพราะรังสียูวีเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นและทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการชโลมเซรั่มบำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถปกป้องสุขภาพเส้นผมของคุณได้
หลังการว่ายน้ำคุณควรล้างผมด้วยน้ำสะอาดในทันที

รักษารังแค ปัญหารังแคเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ ประเด็นอยู่ตรงที่ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผมหลุดร่วงแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง ฉะนั้นคงจะดีกว่าถ้าคุณแก้ปัญหารังแคได้ เพราะจะทำให้อาการคันหนังศีรษะหมดไป ซึ่งคุณอาจจะเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของซีลีเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ก็ได้ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางรักษาต่อไป

เลือกใช้ยาคุมกำเนิดสักนิด โดยปกติแล้วสาว ๆ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผมหลุดร่วงได้ง่ายเมื่อมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผ่านพ้นช่วงการมีประจำเดือนไปแล้ว แต่ผมของคุณยังหลุดร่วงอยู่ นั่นอาจเป็นผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่คุณกำลังรับประทานอยู่ก็ได้ เนื่องจากยาคุมกำเนิดส่วนมากนี้จะมีฮอร์โมนเพศชายผสมอยู่มาก แต่คุณสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้โดยการเปลี่ยนมารับประทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชายในปริมาณน้อย ๆ (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ก็จะช่วยลดปัญหาผมบางจากพันธุกรรมได้พอสมควร

ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด หรือยาที่มีส่วนผสมของกลุ่มฮอร์โมน คุณอาจต้องเจอกับปัญหาผมร่วงมากกว่าเนื่องมาจากผลข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งกรณีนี้คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป

นวดศีรษะด้วยมือเป็นประจำ วันละไม่กี่นาที เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ นอกจากนี้ คุณอาจจะนวดศีรษะด้วยวิตามินอี น้ำมันดอกวาเดอร์ นวดด้วยน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น หรือนอนให้ศีรษะต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเป็นบางช่วง เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปที่บริเวณศีรษะ โดยให้ทำครั้งละ 15 นาทีต่อวัน

หมักผมด้วยสารจากธรรมชาติบางชนิด เช่น น้ำผึ้งผสมไข่แดง, น้ำแอปเปิ้ลหมัก 1/2 ชั่วโมง แล้วล้างออกก่อนสระผม ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมและลดผมร่วงได้

สมุนไพรป้องกันผมร่วง เช่น ใช้ใบสดซองแมว (Gmelina villosa Roxb) นำมาตำพอกศีรษะ, ดอกแค (Sesbania grandiflora Poiret ), วุ้นว่านหางจระเข้, ชาเขียว นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในชาเขียวยังช่วยป้องกันผมร่วงรวมถึงการเร่งให้เส้นผมเจริญเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยการต้มน้ำชาเขียวสัก 2 ถุงต่อน้ำ 1 ถ้วย จากนั้นทิ้งไว้ให้อุ่นพอประมาณ แล้วนำมาใช้ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะล้างออก เป็นต้น

หากมีปัญหาผมร่วงผมบาง คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาโดยด่วน อย่าปล่อยไว้เนิ่นนานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านจนยากจะแก้ไขได้

ที่มา บางส่วน : เว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

1,671 total views, 3 views today

ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการเว็บไซต์ Sookjai.me (มีสุขใจ - สุขใจที่ได้ให้)

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here