10 หนังฮีโร่&วายร้าย สำหรับเด็กที่ดูแล้วให้ข้อคิดมากมาย

0
1062

ช่วงวัย 5-8 ปี เด็กวัยนี้สามารถแยกระหว่างจินตนาการ (Fantasy) กับความเป็นจริง (Reality) แต่จะไม่สามารถแยกสิ่งที่เสมือนจริงได้ว่าเป็นการจัดฉาก(Valkenburg (2004) สามารถทำกิจกรรม หรือ เล่นคอมพิวเตอร์ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง และชอบเรื่องการท่องเที่ยวผจญภัยในสถานที่ที่ไม่เคยพบ เช่น ต่างภูมิลำเนา ต่างประเทศ หรือ ในอวกาศที่มีการดำเนินเรื่องที่เร็วขึ้น ทั้งยังชื่นชอบในเหล่ายอดมนุษย์ (Superheroes) ต่างๆ ที่สามารถข้ามขีดจำกัดความสามารถของตนเองได้

วันนี้สุขใจมี 10 หนังฮีโรวายร้ายสำหรับเด็กในการเสริมสร้างการเรียนรู้ทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิต มาฝากค่ะ

  1. Beauty and the Beast (1991) ความรักของมนุษย์สาวชนชั้นธรรมดา กับอสูรหน้าตาน่ากลัวที่เป็นเจ้าชายในปราสาทใหญ่ เมื่อเจ้าชายต้องคำสาปจากหญิงชราให้กลายเป็นอสูรมีเขามีขนรุงรัง เพียงสิ่งเดียวที่จะลบล้างมันได้คือการได้รับรักแท้จากหญิงสาวสักคน หนังให้คติความคิดบางอย่างที่ออกจะเป็นการมองโลกในแง่ดี และเป็นประเด็นง่ายๆ ที่เด็กจะหยิบจับต้องได้ ข้อคิดที่สำคัญ คืออย่าตัดสินใครที่ภายนอก / อย่ารักใครที่รูปร่างหน้าตา
  2. Fantastic Mr Fox (2009) Fantastic Mr.Fox เป็นเรื่องของครอบครัว Mr.Fox ที่มีตัวเขา ภรรยา ลูกชาย และหลานชาย (ลูกชายของพี่ชายที่เอามาฝากไว้ เพราะป่วยต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล) หนังเปิดเรื่องมาที่นายฟอกซ์ และภรรยา กำลังพากันขโมยไก่ในเล้าชาวบ้าน แต่พลาดทำให้เขาถูกจับได้ แต่ก่อนที่จะโดนจับได้ ภรรยาบอกเขาว่าเรากำลังจะมีลูกแล้วหนังก็ตัดไปถึงปัจจุบันคือลูกชายโตแล้ว อนุมานได้ว่าเขาและภรรยาหนีออกมาได้โดยสวัสดิภาพ และยังให้ข้อข้อคิด “เราสามารถทำในสิ่งที่ไม่เคยทำได้ แต่ต้องวางแผนให้ดี และเมื่อมันผิดพลาดจากแผน ก็แค่รับผิดชอบมัน และหาวิธีแก้ไข
  3. Frozen (2013) “Let it go, Let it goooo” แค่เห็นชื่อหนังเรื่อง Frozen เสียงเพลงซาวด์แทร็คก็ดังก้องในหูแล้ว การ์ตูนแอนิเมชั่นแนวแฟนตาซีเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างปรากฎการณ์เอลซ่าฟีเวอร์ไปทั่วโลก เพราะเนื้อหาเกี่ยวกับเอลซ่าที่เกิดมาพร้อมพรวิเศษที่สามารถเสกน้ำแข็งและหิมะได้ ซึ่งเธอต้องพยายามฝึกควบคุมพลังของตัวเองเพื่อไม่ให้ทำร้ายคนรอบข้างรวมไปถึงแอนนาน้องสาวสุดที่รัก ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือได้รื้อนิยามคุณค่าของคำว่ารักแท้เสียใหม่ เพราะรักแท้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นระหว่างหนุ่มสาว หรือเจ้าหญิงและเจ้าชายในเทพนิยายเท่านั้น แต่รักแท้คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถพบเจอได้ นั่นก็คือความรักจากครอบครัวนั่นเอง
  4. Shrek (2001) เจ้ายักษ์ตัวเขียว และเจ้าหญิงตัวเขียวแสนสวย


  5. Space Jam (1996) หนังอนิเมชั่นสุดคลาสสิกเรื่อง “Space Jam”  หนังเรื่องนี้เป็นหนังบาสเกตบอลระดับตำนานจากยุค 90’s ที่ออกฉายครั้งแรกในปี1996 และมีนักแสดงนำเป็นนักบาสเกตบอลระดับซุปเปอร์สตาร์แห่งยุคอย่าง Michael Jordan และเสริมทีมด้วยตัวการ์ตูนชื่อดังอย่าง Bugs Bunny และเหล่าตัวการ์ตูน Looney Tunes โดยทางค่าย Warner Bros. เป็นผู้ผลิตหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และสร้างกระแส Space Jam ให้ฮิตไปทั่วโลก และแน่นอนว่ามันส่งผลให้รองเท้าในรุ่น Air Jordan 11 “Space Jam” Colorway นั้นเป็นรองเท้าที่ใครๆ ก็อยากที่ได้มาไว้ในครอบครองจวบจนทุกวันนี้
  6. Spirited Away (2001)  สุดยอดอะนิเมะขึ้นหิ้งตลอดกาลของญี่ปุ่นจากค่ายสตูดิโอจิบลิ เคยคว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ประจำปี 2003 มาครองได้สำเร็จ เรื่องราวของเด็กผู้หญิงวัย 10 ขวบที่หลงเข้าไปในโลกของภูติพร้อมกับครอบครัว ซึ่งเธอต้องต่อสู้ทุกหนทางเพื่อหาทางพาพ่อและแม่กลับมายังโลกมนุษย์ให้ได้ แน่นอนว่าเด็กๆ ดูแล้วจะต้องได้แง่คิดเรื่องความกล้าหาญและความรักความเอาใจใส่ต่อครอบครัว อีกทั้งยังมีข้อคิดดีๆ อีกมากมาย เช่น
    _ความโลภคือจุดจบของหายนะ , _อย่าลืมตัวตนที่แท้จริงของเรา ,_น้ำใจมักจะย้อนกลับมาหาเราเสมอ ,_ทุกคนต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง ,_ความไม่ย่อท้อคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ , _เผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากลัว เป็นต้น
  7. The LEGO Movie (2014) เป็นเรื่องราวของเลโก้ธรรมดาอย่างเอ็มเม็ตที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกุญแจสำคัญในการกู้โลก พร้อมกับเหล่าฮีโร่ที่จะมาร่วมต่อสู้ไปกับ เอ็มเม็ต ด้วย อาทิเช่น แกนดาล์ฟ, ซูเปอร์แมน, วันเดอร์วูแมน, แบทแมน, เงือกน้อย, มนุษย์อวกาศ, นินจาเต่า, ไมเคิล แอนเจโล และรวมดาราบาสเกตบอล NBA เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงการที่แต่ละคนมีความสามารถและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ความแตกต่างเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้สังคมน่าอยู่ ยิ่งมีภารกิจร่วมกันหลายคนแล้ว การร่วมมือกันภายใต้ความสามารถของแต่ละคนจะช่วยทำให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
  8. The Lion King (1994) หนึ่งในการ์ตูนเรื่องคลาสสิกของวอล์ทดิสนีย์ โครงเรื่องนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทละครเรื่อง ‘Hamlet’ ของวิลเลียม เชกสเปียร์ สำหรับ The Lion King น่าจะเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดของผู้ใหญ่หลายๆ คน เพราะเต็มไปด้วยแง่คิดต่างๆ ที่สอนให้มีความกล้าหาญและเลือกตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องผ่านการติดตามชมเรื่องราวชีวิตของซิมบ้าสิงโตตัวน้อยที่เติบโตขึ้นเป็นราชาแห่งสิงโต แต่ต้องผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งจะทำให้ซิมบ้าได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น เพราะการเติบโตขึ้นที่แท้จริงนั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่เสมอ
  9. The Lorax (2012)  คุณปู่โรแลกซ์ มหัศจรรย์ป่าสีรุ้ง ดัดแปลงมาจากนิทานแสนคลาสสิคของ ดร.ซูส ซึ่งเป็นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตในผืนป่าที่ต้องแบ่งปันพลังแห่งความหวังด้วยกัน การผจญภัยที่ชวนคุณติดตามเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ออกเดินทางเพื่อไปค้นหาสิ่ง หนึ่งที่จะช่วยให้เขาสามารถเอาชนะใจสาวน้อยที่เขาหลงรัก เพื่อที่จะได้มาเพื่อเจ้าตัวช่วยสิ่งนั้น เขาจะต้องตามหาเรื่องราวของโลแร็กซ์สิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะน่ากลัวและน่ารักในตัวเดียวกัน เจ้าโลแร็กซ์นี้มีหน้าที่เป็นผู้ปกป้องอาณาจักรของเขา
  10. The Princess Bride (1987)  หนังที่สร้างจากนิยายแฟนตาซีของ William Goldman ซึ่งตัวเขาเองก็เขียนบทหนังในเรื่องนี้เองด้วยท้องเรื่องของเรื่องนี้ก็ตามหนังแฟนตาซีธรรมดาทั่วไปนะครับเพียงแต่ในตอนแรกจะดูรวบรัดไปหน่อย เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ เวสต์ลีย์ (Cary Elwes) เด็กหนุ่มชาวไร่ ที่รักกับ บัตเตอร์คัพ (Robin Wright) แต่เวสต์ลีย์ต้องจากนางไปเพราะโดนโจรสลัดเอ็ดเวิร์ดจับตัวไประหว่างทางที่จะไปทำงานที่อีกเกาะหนึ่ง เพื่อที่จะหาเงินมาสู่ขอบัตเตอร์คัพ และระหว่างนั้นบัตเตอร์คัพที่คิดว่าคู่รักตนเองจากไปแล้วก็โดนบังคับให้แต่งงานกับเจ้าชายฮัมเปอร์ดิงซ์ (Chris Sarandon) แต่ก่อนการอภิเษกสมรส เจ้าหญิงได้ถูกจับตัวไป และในระหว่างทางก็ได้เจอกับสิ่งต่างๆมากมายเช่น ยักษ์ ดินแดนประหลาด สัตว์ประหลาด แม่มด สิ่งวิเศษ และการต่อสู้ต่างๆมากมาย

อ้างอิง https://www.intofilm.org/msm

1

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here