13 ขั้นตอนช่วยเหลือลูกที่ติดเกมส์

0
323

“เพราะเด็กที่ขาดการควบคุมตัวเองได้ง่ายจะกลายเป็นเด็กที่ไม่มีความสุขอย่างแท้จริง” 

การสร้างกรอบระเบียบที่ยืดหยุ่นเป็นวิธีการดูแลลูกที่ดีที่สุด และเป็นธรรมดาที่เด็กและวัยรุ่นจะพยายามออกนอกกรอบที่ตั้งไว้เสมอ ดังนั้น ถ้ากรอบแข็งเกินไปลูกมักมีการโต้ตอบที่รุนแรง เขาอาจกลายเป็นคนเก็บกดไม่กล้าเสนอความคิดอะไร หรืออาจจะออกไปแสดงความก้าวร้าวนอกบ้านก็ได้ ถ้ากรอบที่ตั้งไว้หย่อนเกินไป เขาจะไม่รู้จักการบังคับตนให้อยู่ในกรอบ เวลาอยู่ในสังคมภายนอกจะเอาแต่ใจตัวเอง แต่การจะกำหนดว่ากรอบที่ดีควรยืดหยุ่นแค่ไหนนั้นไม่ง่ายนัก เพราะแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นสมาชิกในครอบครัวนั้นๆ ควรช่วยกันสร้างกรอบที่เหมาะสมขึ้นมา

การรักษาที่ดีที่สุดคือความรัก ความเข้าใจของพ่อแม่และผู้ปกครอง ซึ่งได้ผลช้าแต่ได้ผลยั่งยืน

ข้อควรรู้ !! อย่าประกาศตัวเป็นศัตรูกับการเล่นเกมโดยตรงค่อยๆ ปรับค่อยๆ เปลี่ยน ลูกจะรับได้และเข้าใจอดทนกับการต่อต้านอย่างรุนแรงที่คุณอาจได้รับจากการที่คุณเข้าไปปรับการเล่นเกมของลูก จงทำในสิ่งที่สมควรทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่าสำหรับลูก และเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในครอบครัว

การใช้เวลาในโลกออนไลน์ หรือโลกแฟนตาซี ลูกจะสนุกมากที่ได้บังคับตัวละคร นอกเหนือจากที่เคยโดนบังคับให้ทำโน่นทำนี่ในโลกแห่งความจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกต้องพบจริงๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นควรหากิจกรรมต่างๆ ให้ลูกทำแทนการเล่นเกม เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้ความสนุกที่แท้จริงมากกว่า เช่น ไปถีบจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นดนตรี เตะฟุตบอล เล่นเทควันโด หรือเดินทางท่องเที่ยวในโลกแฟนตาซีเสียอีก ในไม่ช้าลูกจะพบว่ามีความสุขกับโลกแห่งความจริงมากกว่า

การมีวินัยในบ้าน
การร่างกฎกติกาในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ การฝึกวินัยกันตั้งแต่เล็กๆ จะช่วยได้ แม้เด็กโตก็ยังต้องฝึกต่อให้มีวินัยในตนเอง เด็กที่มีวินัยจะรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง เพราะทำอะไรก็มักประสบผลสำเร็จ 

วิธีช่วยเหลือลูกที่ติดเกม

  1. เริ่มจดตารางการเล่นเกมของลูก วัน…….
  2. วันที่…………..เริ่มเล่นเวลา……………..เลิกเล่นเวลา……………รวมเวลา…………ชั่วโมง………….นาที
  3. แสดงตารางเวลาการเล่นเกมให้ลูกเห็นเวลาที่ลูกนั่งเล่นเกม
  4. จัดทำข้อตกลงในการเล่นเกมกับลูกว่า ในวันธรรมดาควรเล่นได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง วันหยุดควรเล่นได้ไม่เกินวันละ 2-3 ชั่วโมง
  5. คุยกับลูกเรื่องกำหนดเวลาเล่นเกมโดยไม่ใช้อารมณ์นำ แต่ใช้เหตุและผลมาคุย แม้ว่าเขาอาจจะไม่ค่อยรับฟังก็ตาม
  6. ให้เวลากับลูกของคุณให้มากขึ้น ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะร่วมกันไปออกกำลังกายร่วมกัน
  7.  หาหนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูนสนุกๆให้ลูกอ่าน
  8. เบี่ยงเบนความสนใจ โดยหากิจกรรมอื่นเข้ามาทดแทนโดยคุณเข้าร่วมเล่นกับลูกด้วย
  9. เล่นเกมอื่นๆ ร่วมกัน แทนที่ต่างคนต่างจะเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีการสื่อสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะเวลาเล่นเกมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะต่างคนต่างเล่นแล้วพยายามจะให้ตนเองเด่นที่สุดตลอด
  10. เมื่อถึงเวลาให้ลูกเลิกเล่นเกม ต้องใจแข็ง ถึงบังคับก็ต้องทำกัน
  11. พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสุขุมและอารมณ์ชื่นบาน โดยไม่นั่งโทษตัวเอง หรือลูกหรือสังคมว่าทำไมลูกฉันถึงติดเกมขนาดนี้ ฉันไม่ดีรึเปล่า ลูกจึงติดเกมมากกว่าติดอย่างอื่น
  12. ตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อลูกและครอบครัว และเข้าใจว่าการที่ลูกติดเกมนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายน่ารังเกียจ ทนไม่ได้ ให้คิดเสียว่ายังมีทางแก้ไขได้
  13. ตั้งใจให้ดีก่อนว่า การช่วยเหลือลูกไม่ให้ติดเกมนั้นไม่ง่าย ต้องใช้เวลาและความเข้าใจ แต่ทำได้
  14. การช่วยเหลือลูกไม่ให้ติดเกม อาจมีระดับว่าลูกไม่เล่นเกมอีก หรือยังเล่นเกมอยู่บ้างแต่สามารถบังคับตนเองได้ เช่น รู้ว่าใกล้สอบก็เลิกเล่น 

อ้างอิง : เมื่อลูกติดเกม นพ.ปราการ ถมยางกูร 

11

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here