10 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ และการป้องกันให้ปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว

0
534

 

10 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 
และการป้องกันเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว
ไข้หวัดใหญ่นั้นอันตรายอย่างไร มาทําความรู้จักกันดีกว่า…
  1. ไข้หวัดใหญ่ อาจอันตรายถึงชีวิต
    ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
    สามารถแพร่กระจาย และติดต่อได้ง่ายทําาให้ลูกน้อยและคนในครอบครัวเจ็บป่วย
    จนอาจต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และทําให้เสียชีวิตได้
    ในสหรัฐอเมริกาไข้หวัดใหญ่ทําาให้เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึงปีละ 20,000 คน
  2. ไข้หวัดใหญ่ติดต่อง่ายสุดๆ 
    เพียงแค่ได้รับละอองฝอยซึ่งมีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ปนจากการไอหรือจามของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
    หรือบางครั้งลูกอาจติดไข้หวัดใหญ่จากการเอามือไปหยิบจับสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสติดอยู่
    แล้วมาสัมผัสกับ ปาก จมูก หรือตาของตัวเอง
    ผู้ที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ตั้งแต่หนึ่งวันก่อนมีอาการ ไปจนถึง 5-7วัน
    ดังนั้น ลูกน้อยที่เล่นและอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้มาก
  3. เจ็บนิด ป่วยหน่อย…อย่าวางใจ
    ไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก เด็กเล็กและเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด
    โรคทางระบบประสาท โรคปอด โรค
    หัวใจ โรคเลือด เบาหวาน โรคตับ โรคไต ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
    เป็นกลุ่ม
    เสี่ยงที่จะมีโอกาสเกิดความเจ็บป่วยรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่
    ดังนั้น แม้ลูกรักจะ
    มีอาการเล็กน้อยก็อย่าวางใจ ควรรีบพาไปพบแพทย์
  4. จดจำอาการสำคัญไว้ให้ดีๆ 
    อาการของไข้หวัดใหญ่คือ มีไข้ ไข้อาจขึ้นสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส
    ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย 
    หนาวสั่น อ่อนเพลีย
    บางครั้งอาจคลื่นไส้อาเจียนอาการมักรุนแรงและเป็น
    นานกว่าหวัดธรรมดา
  5. ลูกป่วย ช่วยอย่างไรดี ?
    รอช้าไม่ได้… หากลูกน้อยอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะถ้าน้อยกว่า 2 ปี หรือมีโรคประจำตัว
    และมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ให้รีบพาไปพบแพทย์ 
    เพราะเด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยง
    ที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งอาจอันตราย
    ถึงชีวิตได้

    แต่หากลูกอายุมากกว่า 5 ปี ไม่มีโรคประจำตัว
    อาจบรรเทาอาการ
    เบื้องต้นด้วยการเช็ดตัวเพื่อลดไข้
    ให้ลูกนอนพักผ่อน และดื่มน้ำ
    มากๆ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
  6. อาการแบบนี้อันตราย ต้องรีบไปพบแพทย์
    แม้แต่เด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือเคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาก่อน ก็มีโอกาสที่จะป่วยหนักจากไข้หวัดใหญ่ หากลูกรักมีอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้า…ให้รีบพาไปพบแพทย์  – งอแงมาก หรือซึม
           – ปัสสาวะน้อยลง
           – อาเจียนรุนแรง
           – หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก
           – อาการของไข้หวัดใหญ่ดีขึ้นแล้ว แต่กลับมามีไข้ขึ้นอีกและไอมากขึ้น
           – มีโรคประจำตัว (เช่น โรคหัวใจ โรคปอด ปอบหืด หรือเบาหวาน) และมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่
  7. ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
    การให้ลูกน้อยและทุกคนในครอบครัวรวมถึงตัวท่านเองได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
    เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุด ประสิทธิภาพของวัคซีนขึ้นอยู่กับ
    เชื้อที่ได้รับว่าตรง
    กับเชื้อที่อยู่ในวัคซีนหรือไม่ และยังขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น
    และอย่างไรก็ตามวัคซีน
    สามารถลดอัตราป่วยและตายได้

    อีกวิธีหนึ่งในการป้องกันเด็กทารกจากไข้หวัดใหญ่ คือ การฉีดวัคซีนในคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจากการวิจัยแสดงให้แสดงให้เห็นว่าจะสามารถถป้องกันทารกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่ง 2-3 เดือนหลังคลอด
  8. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ มีความปลอดภัย
    องค์การอนามัยโลก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและราชวิทยาลัย

    อายุรแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำให้เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัยป้องกันไข้หวัดใหญ่โดยการฉีดวัคซีน เพราะเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด วัคซีนถูกผลิตขึ้นโดยผ่านกระบวนการผลิตและการควบคุมความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด วัคซีนไข้หวัดใหญ่หลายล้านโด้ส (dose) ถูกใช้ทั่วโลก โดยมีข้อมูลยืนยันถึงความปลอดภัย
  9. วัคซีนนี้ ควรฉีดทุกปีจริงๆ 
    เนื่องจากสายพันธ์ุเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดจะแตกต่างกันไปทุกปี การฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่คาดว่าจะระบาดในช่วงปีนั้น ดังนั้นวัคซีนที่ผลิตในแต่ละปีจึงเหมาะที่จะป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สำหรับปีใดปีหนึ่งเท่านั้นนอกจากนี้ภูมิคุ้มกันโรคจากการฉีดวัคซีนจะลดต่ำลงตามธรรมชาติหลัง
    จาก 6-12 เดือนไปแล้ว องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
  10. เทคนิคสำคัญป้องกันการแพร่เชื้อ
    นอกจากให้ลูกน้อยได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำ ทุกปีแล้ว ควรสอน
    ให้ลูกรู้จักวิธีการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อโรค นั่นคือปิดปากเวลาไอหรือ
    จามด้วยกระดาษทิชชู่ และทิ้งกระดาษเมื่อใช้เสร็จ ไม่อยู่ใกล้ชิดและใช้ของร่วมกับ
    ผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้มือขยี้ตา หรือเอานิ้วเข้าปาก และคุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่น
    ทำความสะอาดเครื่องใช้ ของเล่นลูก
การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน
ไข้หวัดใหญ่

 

ที่มา : ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา
ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

 
 
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here